ขุนยุหว่า ตระกูล “เมธาวิสัย”

ขุนยุหว่า ตระกูล เมธาวิสัย เรื่องโดย อนุ เนินหาด อดีตสันป่าตอง สมัยที่นครเชียงใหม่เริ่มมีการปกครองแบบมณฑลเทศาภิบาล ผู้ปกครองที่ได้รับการแต่งตั้งหากมีผลงานการปฏิบัติหน้าที่จะได้รับพระราชททานบรรดาศักดิ์เริ่มตั้งแต่ หมื่น ขุน หลวง พระยา เป็นต้น ผู้ปกครองตำบลต่างๆในเขตอำเภอสันป่าตองที่สมัยก่อนเรียงว่า ตำบลบ้านแม มีผู้ได้บรรดาศักดิ์ คือ ขุนแมไมตรีราษฎร์ ขุนกาดกิจประชาและขุนยุหว่า เมธาวิสัย ผู้ปกครองทีมีชื่อเสียงในอดีต คือ ขุนยุหว่า ตระกูล เมธาวิสัย ข้อมูลจากเอกสารที่รุ่นลูกหลานสืบค้นไว้ มีประวัติว่า ขุนยุหว่า ชื่อจริงคือ นายปาน เมธาวิสัย เกิดเมื่อปี พ.ศ.2410 เป็นบุตรของนางนายคำปันและนางซ้อน มีพี่น้องรวม 6 คน คือ 1. ท้าวมงคล มีบุตรชายคนเดียวคือ ตุ๊เจ้าเมือง 2. แสนขันแก้ว มีบุตรธิดา 4 คน คือ แม่อุ๊ยแก้ว, พ่ออุ๊ยปัน, พ่อหนานถา, พระภิกษุจันทร์และพ่อหล้าติ๊บ 3. แม่อุ๊ยซุนตา 4. แม่อุ๊ยคำมูล 5. […]

ขุนแมไมตรีราช อดีตกำนันตำบลบ้านแม ตระกูล “วรรณลังกา”

ขุนแมไมตรีราช เรื่องโดย : อนุ เนินหาด เรียบเรียงโดย : ศุภกิตติ์ คุณา ตำบลบ้านแม เป็นตำบลอยู่ด้านทิศเหนือของอำเภอสันป่าตอง ชาวบ้านมักมีอาชีพเกษตรกรรมโดยได้รับน้ำที่ผ่านทางลำเหมืองมาจากน้ำแม่ขาน เดิมที่ว่าการอำเภอสันป่าตองเคยตั้งอยู่ที่ริมถนนสายสันป่าตอง-แม่วาง ที่บ้านเปียงซึ่งเป็นเขตตำบลบ้านแม ตามประวัติระบุว่าพื้นที่ตำบลบ้านแมเคยมีการศึกษาและขุดค้นสันนิษฐานว่าเคยเป็นเมืองเก่าที่สร้างขึ้นมาตั้งแต่ครั้งสมัยพญามังรายสถาปนาเมืองแห่งนี้ขึ้นมาพร้อมกับการสร้างเวียงกุมกามเพื่อให้เป็นที่ประทับของพระนางเทพคำข่าย พระธิดาของเจ้ากระหม่อมฟ้ารุ่งแก่นชาย แห่งราชอาณาจักรสิบสองพันนา ด้วยว่าพระนางเทพคำข่ายมหาเทวีนั้นเป็นพระราชมารดาของพระองค์ เมื่อพญามังรายยึดเอาอาณาจักรหริภุญชัยได้แล้ว ได้ขยายอาณาเขตแผ่อำนาจไปสร้างเมืองขนาดย่อมเมืองหนึ่ง ซึ่งกล่าวกันว่าท่านสร้างให้พระมารดาเป็นการบูชาพระคุณแม่ ต่อมาสำเนียงคำว่าเวียงแม่นั้นกร่อนลงเหลือเพียงคำว่าเวียงแม และเป็นบ้านแมในที่สุด เวียงแมแต่โบราณนั้น มีอาณาบริเวณครอบคลุมระหว่างบ้านแม บ้านเจดีย์เนิ้ง และบ้านคุ้ม บ้านแม คือจุดศูนย์กลางของเวียง เพราะปรากฏให้เห็นซากของคูน้ำคันดิน กำแพงเมืองโบราณ และวัดวาอารามเก่าแก่ ช่วงหนึ่งตำบลบ้านแมมีผู้นำที่มีความรู้ความสามารถจนได้รับบรรดาศักดิ์เป็น “ขุน” ชื่อว่า “ขุนแมไมตรีราช” ตระกูล วรรณลังกา ผู้หนึ่งที่ทันได้เห็นขุนแมไมตรีราช คือ พ่อแก้ว เดชฤาษี เกิดปี พ.ศ.2470 บ้านอยู่ข้างวัดร้องขุ้ม ตำบลบ้านแม เล่าความทรงจำเกี่ยวกับขุนแมไมตรีราชว่า “ขุนแมมีศักดิ์เป็นปู่ของผม ภรรยาขุนแมเป็นพี่น้องกับย่าผม บ้านขุนแมอยู่ทางทิศตะวันออกของวัดร้องขุ้ม สมัยเด็กมักเรียกกันว่าขุนแมมัจจุราช เป็นกำนันตำบลบ้านแม ผมทันได้เห็นขุนแมสมัยเป็นเด็กผมวิ่งเล่นอยู่ในหมู่บ้านนี้ ตอนขุนแมตายผมอายุประมาณ 6 ขวบ […]

ลิลลี่ มะขุนหวาน-นางงามรางวัลพยายามสวย

ลิลลี่ ณ มะขุนหวาน เรื่องโดย ศุภกิตติ์ คุณา ถ้าจำไม่ผิดสมัยผมเป็นเด็ก ผมจำได้ว่าป้าคนนี้เป็นใคร น่ากลัวยิ่งนัก เธอขี่มอเตอร์ไซด์ฮอนด้าสีแดงไปตลาดมะจำโรงผ่านหน้าบ้านย่าผม (ปัจจุบันพี่ลิลลี่เปลี่ยนรถแล้ว) ครั้งนั้นตรงกับสงกรานต์หรือช่วงปีใหม่เมืองพอดี ที่หน้าบ้านจะมีเพื่อนๆเด็กรุ่นเดียวกัน มาเล่นน้ำตั้งอยู่หน้าบ้าน ก็เล่นไปตามปะสาเด็กๆ พอรถคันนี้ผ่านมา คือลิลลี่ ทุกคนดักรอเพื่อจะสาดน้ำเธอ แต่ความหวาดกลัวก็เกิดขึ้นตั้งแต่นั้นมา เธอจอดรถแล้วบอกว่า “ห้ามฮ๊ด เดี๋ยวแป้งตี้หน้าข้าเจ้าจะหลุ” แปลเป็นไทยกลางก็คือ ห้ามสาดน้ำ แป้งที่ทาหน้าจะหลุด แล้วเธอก็พูดว่าเดี๋ยวจะจับไปเรียกค่าไถ่ ตั้งแต่นั้นมาเลยกลัวคนๆนี้ไปเลย จนกระทั่งผมโตขึ้นมา ความกลัวเหล่านั้นก็หายไป เป็นเพียงแค่เป็นกุสโลบายของคนเท่านั้นเอง ถือว่าเป็นเน็ตไอดอลเลยก็ว่าได้ เมื่อแฟนเพจบน Facebook ชื่อ ลิลลี่ ณ มะขุนหวาน มีจำนวนผู้ติดตามยอดไลค์สูงถึง 26,416 Like (ณ วันที่ 28 มกราคม 2562) นับว่ามีแฟนคลับไม่น้อยเลย ไม่รีรอช้าที่จะรีบติดต่อเธอคนนี้ครับ ซึ่งมีนามว่า “ลิลลี่ ณ มะขุนหวาน” เป็นชื่อที่มาจาก ชื่อเล่นของเธอครับ เธอชื่อ ลิล (อ่านว่า […]

“อ้ายเปา” จ่าห้าบั้งแห่งสันป่าตอง

อ้ายเปา จ่าห้าบั้งแห่งสันป่าตอง เรื่องโดย วาทตะวัน สุพรรณเภษัช เรียบเรียงโดย ศุภกิตติ์ คุณา ตอนนี้มีข่าวเกี่ยวกับตำรวจเยอะมาก แต่อยากเล่าเรื่อง “จ่า” อีกท่านหนึ่ง ที่มีบั้งมากกว่าจ่าธรรมดาที่ในสมัยก่อนนั้น มีอยู่ 4 บั้ง ตามคำร้องเล่นของลูกตำรวจสมัยก่อน เวลาทำท่าเดินแถวขึงขังแบบพ่อของตัว เดินไปปากก็ร้องไปว่า …ตั้งตะลิ๊ดติ๊ดตั้ง ฉันเป็นสิบตรี ฉันก็มีหนึ่งบั้ง ตั้งตะลิ๊ดติ๊ดตั้ง ฉันเป็นสิบโท ฉันก็โจ้สองบั้ง ตั้งตะลิ๊ดติ๊ดตั้ง ฉันเป็นสิบเอก ฉันก็เขกสามบั้ง ตั้งตะลิ๊ดติ๊ดตั้ง ฉันเป็นนายจ่า ฉันก็ว่าสี่บั้ง… จ่าที่ผมว่านี้ มี “ห้าบั้ง!” เชื่อหรือไม่ครับว่า ผู้ที่มีความบกพร่องทางสมองหรือที่เราเรียกกันว่า “ไม่เต็ม (เต็ง..บาท)” หรือบางคนหาว่า “บ้า” เอาเลย เหล่านี้ถ้าเรามองกันลึกลงไปในหัวใจของเขา แล้ว จะเห็นได้ว่า ก้นบึ้งของหัวใจของพวกเขานั้น ช่างงดงามและเป็นความบริสุทธิ์อย่างไม่มีที่เคลือบแคลง เขาเหล่านี้คงเพียงต้องการเป็นคนดี และอยากช่วยเหลือเจ้าพนักงานและสังคมเท่านั้น คนแบบนี้มีอยู่ในหลายจังหวัด บางคนก็เป็นลูกคนมีฐานะ ตอนเช้าพ่อแม่ญาติพี่น้อง เอามาส่งที่ท้องถนน เพื่อให้เขาได้ควบคุมการจราจรตามความประสงค์ ผมคิดว่าเราควรมองเขาด้วยความเมตตา และเห็นใจ […]